ถึงตอนนี้แล้วทุกคนอาจมีคำถามว่า HTTPS ปลอดภัยหรือไม่?
HTTPS นั้นปลอดภัยกว่า HTTP แน่นอน แต่ปัญหาส่วนใหญ่ของ HTTPS นั้นอยู่ที่ Implementer และ User
Part 3 เป็นตอนสุดท้ายสำหรับเรื่องนี้แล้วนะครับ ในตอนนี้จะเน้นการป้องกันที่ฝั่ง User และ Admin
เริ่มที่ User (ผู้ใช้งานทั่วไป) จะต้องทำอะไรบ้าง
- Update Patch เป็นประจำ เพราะว่าใน Patch นั้นจะมีเรื่องการ update Trusted Certificate List อยู่ด้วย วิธีการดู Certificate List ของ Internet Explorer และ Firefox
- Update Antivirus Signature เป็นประจำ เพื่อช่วยป้องกัน Malware ทั้งหลายที่อาจใช้เทคนิคในการแก้ host file ที่เครื่องของเหยื่อเพื่อ redirect ไปหน้า Web ของผู้ร้าย
- ลอง Scan จาก https://browserscan.rapid7.com/scanme เพื่อดูว่า Browser ที่เราใช้งานมี Plugin ที่มีช่องโหว่หรือไม่ ถ้ามีก็ควรจะ update
- Update Web Browser เป็นประจำ เพราะถ้าไม่ใช้ Internet Explorer การ Update Patch ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เนื่องจาก List ของ Trusted Certificate นั้นแยกกัน
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการ Enable การเปิดใช้งาน Protocol OCSP หรือมีการ Check CRL อยู่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีการ Enable โดย Default อยู่แล้ว
- สำหรับ Internet Explorer ตรวจสอบได้จาก Tools > Internet Options > Advanced โดยจะต้องมีเครื่องหมายถูก หน้า Check for publisher’s certificate revocation และ Check for server certificate revocation
- สำหรับ Firefox ตรวจสอบได้จาก Preferences > Advanced > Encryption > Validation
- ตรวจสอบเป็นประจำที่ Web Browser ว่ามี Certificate อะไรแปลกปลอมเข้ามา Install ในเครื่องเราหรือไม่ หากมี Certificate ที่น่าสงสัยอยู่ใน Trusted List ก็สามารถ Remove ได้เลย
- นอกจากเครื่อง PC/Laptop แล้วพวก Mobile Device จะต้องตรวจสอบเหมือนกันว่ามี Certificate อะไรแอบมาอยู่ในเครื่องเราบ้าง ถ้าเป็นอุปกรณ์ IOS มักจะมาอยู่ในรูปแบบของ Profile ที่ Install ที่เครื่อง
สำหรับ Admin ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Web Server Admin หรือ Admin ที่ทำหน้าที่ Client Management ใน Enterprise ใหญ่ๆ นะครับ
Web Server Admin
- การทำ Key Management ควรจะมีการใช้ Complex Password เพื่อป้องกันการเข้าถึง Key โดยเฉพาะเมื่อมีการ Export Key ออกมา เพื่อที่จะนำไปลงที่เครื่อง Redundant หรือ Backup
- Removable Media ทั้งหลายที่มีการใช้ระหว่างการ Transfer Key เมื่อใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้วควรจะใช้พวก Secured Delete Tool ลบข้อมูล เพื่อป้องกันการ Recover Key ขึ้นมาได้
- อย่าใช้ Certificate ที่มีอายุนานเกินไป เพราะถ้าถูก Compromised แล้วไม่รู้ตัว จะไม่มีอะไรช่วย Limit ความเสี่ยง
- ในระดับ Web Server นั้นสามารถเลือกตั้งให้ Cipher Suite ที่มีความปลอดภัยสูงได้ เพื่อป้องกันการ Decrypt SSL channel ซึ่งการตรวจสอบว่าปัจจุบัน Web Server เรานั้นตั้ง Cipher Suite ไว้ดีหรือไม่ดี ถ้า Web Server สามารถเข้าจาก Internet ได้แนะนำให้ใช้ Service จาก Qualys ได้ที่ https://www.ssllabs.com/ssltest/ หรือหากเป็นเครื่องที่อยู่ใน Internal network สามารถใช้ SSLScan เพื่อตรวจสอบได้
Client Management Admin
- Patch Management มักจะมีการแบ่งรอบการทำเป็น Monthly หรือ Quarterly ซึ่งสาเหตุหลักมักเกิดจาก การรอทำ Test ต่างๆว่า Patch จะไม่มีผลอะไรกับ Application ในองค์กร ซึ่งสำหรับ Patch ที่ทำหน้าที่ Update Certificate นั้น ผลกระทบ (Impact) ต่อการใช้งานค่อนข้างต่ำมาก แต่มีผลต่อเรื่องความปลอดภัยสูงมาก อาจจะพิจารณารอบการลง Patch เป็นพิเศษ หากมี Patch ที่เกี่ยวกับ Certificate
- หากมีการสร้าง Internal Certificate Authority Server เพื่อใช้ภายในองค์กรนั้น ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า Client สามารถ access URL ของ OCSP หรือ CRL ได้ โดยที่ URL เหล่านี้มักจะชี้ไปที่ CA Server ขององค์กร แต่เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่มักใช้ Firewall Block User ทั่วไปไม่ให้ access CA Server ส่งผลให้ Client ไม่สามารถใช้งาน OCSP หรือ CRL ได้วิธีการตรวจสอบสามารถทำได้โดยเข้า URL ของ OCSP หรือ CRL จาก Web Browser ของเครื่อง Client ครับ โดย URL ของ OCSP และ CRL นั้นจะเป็น Attributes ที่อยู่ใน Certificate ครับ
- กรณีมี Active Directory (AD) อย่าลืม Enforce Group Policy เกี่ยวกับเรื่อง Certificate Revocation ให้กับเครื่อง Client ทั้งหลาย โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่ Microsoft Technet
เป็นการจบ Series ของเรื่องนี้นะครับ หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนลดโอกาสการตกเป็นเหยื่อของผู้ร้ายได้นะครับ
















