[{"data":1,"prerenderedAt":575},["ShallowReactive",2],{"blog-post-quantum-cryptography":3},{"post":4,"upNext":544,"linkedPosts":574},{"id":5,"title":6,"author":7,"body":8,"date":508,"description":509,"draft":510,"extension":511,"faq":512,"image":528,"lang":529,"lastReviewed":530,"link":531,"meta":532,"navigation":533,"path":534,"seo":535,"stem":536,"tags":537,"type":542,"__hash__":543},"content\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography.md","Post-Quantum Cryptography คืออะไรและทำไมเราต้องเปลี่ยน","Thanapoom Wattanalaungarun",{"type":9,"value":10,"toc":493},"minimark",[11,19,23,26,29,32,41,44,51,55,58,63,66,69,72,79,83,86,96,103,111,114,121,143,154,171,174,178,184,187,190,193,213,220,223,226,232,239,245,248,251,257,291,297,309,315,323,334,337,344,348,362,369,376,383,386,389,393,399],[12,13,15],"h2",{"id":14},"what-is-quantum-computing",[16,17,18],"strong",{},"What is Quantum Computing?",[20,21,22],"p",{},"Quantum Computing เป็นการประมวลผลที่อาศัยหลักการของกลศาสตร์ควอนตัมในการประมวลผลและเก็บข้อมูล แทนการใช้ระดับสัญญาณไฟฟ้าแบบดั้งเดิม",[20,24,25],{},"คอมพิวเตอร์ทั่วไปใช้ระดับแรงดันไฟฟ้าแทนสถานะได้เพียง 2 สถานะ คือสูงหรือต่ำ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดในการเก็บและประมวลผลข้อมูล เรียกว่า “บิต” เก็บค่าได้เป็น 0 หรือ 1 อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น และแต่ละบิตทำงานเป็นอิสระจากกัน",[20,27,28],{},"ในทางตรงข้าม คอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้อนุภาคควอนตัม เช่น อิเล็กตรอนหรือโฟตอน เป็นพื้นฐานในการคำนวณ อนุภาคเหล่านี้ทำงานตามกฎของกลศาสตร์ควอนตัม โดยนำหลักการซ้อนทับเชิงสถานะและการพัวพันเชิงควอนตัมมาพัฒนาเป็นหน่วยพื้นฐานในการเก็บและประมวลผลข้อมูลรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “ควอนตัมบิต” หรือ “คิวบิต”",[20,30,31],{},"คิวบิตต่างจากบิตทั่วไปตรงที่มีสถานะเป็นได้ทั้ง 0 และ 1 ในเวลาเดียวกันด้วยการซ้อนทับเชิงสถานะ คิวบิตเพียงตัวเดียวจึงแทนหลายค่าได้พร้อมกัน และคิวบิตแต่ละตัวยังเชื่อมโยงสถานะถึงกันได้ผ่านการพัวพันเชิงควอนตัม เมื่อมีคิวบิตหลายตัวทำงานร่วมกัน ความสามารถในการประมวลผลจึงเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ คอมพิวเตอร์ควอนตัมจึงแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปมาก",[20,33,34],{},[35,36],"img",{"alt":37,"src":38,"width":39,"height":40},"Classical bit vs Quantume qubit \u002F Source: https:\u002F\u002Fwww.krungsri.com\u002Fth\u002Fresearch\u002Fresearch-intelligence\u002Fquantum-computing-2025","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography\u002Fclassical-bit-vs-qubit.webp",700,350,[20,42,43],{},"คอมพิวเตอร์ควอนตัมประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้นมาก จึงช่วยแก้ปัญหาได้หลายด้าน เช่น เภสัชกรรมใช้จำลองโมเลกุลเพื่อพัฒนายาใหม่, เคมีใช้พัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาและลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงงานด้าน Machine Learning ที่อัลกอริทึมควอนตัมอาจมองชุดข้อมูลในมุมมองใหม่ แต่พลังการประมวลผลเดียวกันนี้ถอดรหัสการเข้ารหัสที่ปกป้องข้อมูลสำคัญทั่วโลกได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลธนาคาร การสื่อสารของรัฐบาล หรือความเป็นส่วนตัวของผู้คน",[20,45,46],{},[35,47],{"alt":48,"src":49,"width":39,"height":50},"Google’s Willow quantum processor \u002F Source: https:\u002F\u002Fblog.google\u002Fcompany-news\u002Finside-google\u002Faround-the-globe\u002Fgoogle-europe\u002Funited-kingdom\u002Fnational-quantum-computing-centre-collaboration\u002F","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography\u002Fgoogle-willow-quantum-processor.jpeg",393,[12,52,54],{"id":53},"how-do-quantum-algorithms-break-encryption","How Do Quantum Algorithms Break Encryption?",[20,56,57],{},"คอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นภัยคุกคามต่อการเข้ารหัส เพราะมีอัลกอริทึมควอนตัมที่แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เฉพาะทางได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปแบบทวีคูณ โดยเฉพาะการแยกตัวประกอบของตัวเลขขนาดใหญ่และการคำนวณลอการิทึมแบบไม่ต่อเนื่อง ปัญหาทางคณิตศาสตร์ทั้งสองนี้เป็นรากฐานสำคัญของการเข้ารหัสที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน",[59,60,62],"h3",{"id":61},"shors-algorithm","Shor’s Algorithm",[20,64,65],{},"Shor’s Algorithm เป็นอัลกอริทึมควอนตัมที่นักคณิตศาสตร์ชื่อ Peter Shor คิดค้นขึ้นในปี 1994 แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์สองประเภทได้เร็วกว่าอัลกอริทึมที่ใช้งานกันบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปอย่างมหาศาล ได้แก่ การแยกตัวประกอบของตัวเลขขนาดใหญ่ และการคำนวณลอการิทึมแบบไม่ต่อเนื่อง",[20,67,68],{},"หากสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมในสเกลที่ใหญ่เพียงพอ ก็จะถอดรหัส RSA ได้ การเข้ารหัสแบบ RSA อาศัยความยากของการแยกตัวประกอบของผลคูณจากจำนวนเฉพาะขนาดใหญ่สองตัว ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้กุญแจขนาด 2048 บิต ในทางปฏิบัติคอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่มีทางถอดรหัสได้เลย แต่ Shor’s Algorithm จะเปลี่ยนปัญหาที่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัตินี้ให้กลายเป็นปัญหาที่จัดการได้",[20,70,71],{},"นอกจาก RSA แล้ว Shor’s Algorithm ยังแก้ลอการิทึมแบบไม่ต่อเนื่องได้ด้วย จึงทำลายการเข้ารหัสที่อาศัยปัญหานี้เป็นรากฐานได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Elliptic Curve Cryptography (ECC) และ Diffie-Hellman Key Exchange นี่คือเหตุผลที่ Public Key Cryptography แทบทั้งหมดที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันเสี่ยงเหมือนกัน",[20,73,74],{},[35,75],{"alt":76,"src":77,"width":39,"height":78},"Quantum subroutine in Shor’s algorithm \u002F Source: https:\u002F\u002Fen.wikipedia.org\u002Fwiki\u002FShor%27s_algorithm","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography\u002Fshor-algorithm-quantum-subroutine.webp",249,[59,80,82],{"id":81},"grovers-algorithm","Grover’s Algorithm",[20,84,85],{},"Grover’s Algorithm เป็นอัลกอริทึมควอนตัมที่ถูกคิดค้นโดย Lov Grover ในปี 1996 ซึ่งค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลที่ไม่ได้เรียงลำดับได้เร็วขึ้นแบบกำลังสอง ทำให้นำมาใช้โจมตีแบบ Brute-force กับการเข้ารหัสแบบสมมาตร เช่น AES (Advanced Encryption Standard) ได้",[20,87,88,89,92,93],{},"ผลกระทบของ Grover’s Algorithm น้อยกว่า Shor’s Algorithm มาก เพราะเป็นการเพิ่มความเร็วในระดับกำลังสองเท่านั้น ในเชิงทฤษฎี หากปัจจุบันมีการใช้งาน AES-128 (กุญแจขนาด 128 บิต) Grover’s Algorithm จะลดความปลอดภัยลงเหลือเทียบเท่ากุญแจขนาด 64 บิต (จาก 2¹²⁸ เหลือ ~2⁶⁴ รอบการค้นหา) ",[16,90,91],{},"แต่ตัวเลข 64 บิตนี้เป็นเพียงค่าทางทฤษฎีเท่านั้น"," ในทางปฏิบัติ Grover’s Algorithm ต้องทำงานแบบเรียงลำดับต่อเนื่องและพร้อมกันได้ไม่ดี การแบ่งงานไปหลายเครื่องจึงกลับทำให้ต้นทุนโดยรวมยิ่งสูงขึ้น ต้นทุนในการถอด AES-128 จริง ๆ จึงสูงถึงราว 2¹⁰⁴·⁵ NIST และ BSI จึงยังถือว่า ",[16,94,95],{},"AES-128 ปลอดภัยเพียงพอต่อภัยควอนตัม",[20,97,98],{},[35,99],{"alt":100,"src":101,"width":39,"height":102},"Quantum circuit representation of Grover’s algorithm \u002F Source: https:\u002F\u002Fen.wikipedia.org\u002Fwiki\u002FGrover%27s_algorithm","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography\u002Fgrover-algorithm-quantum-circuit.webp",232,[20,104,105],{},[35,106],{"alt":107,"src":108,"width":109,"height":110},"The Impact of Quantum Computing on Current Cryptographic Systems","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography\u002Fimage-20260713-142506.829Z-6536.webp",1384,668,[20,112,113],{},"การเข้ารหัสแต่ละประเภทเสี่ยงต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าใช้ “ปัญหาทางคณิตศาสตร์” แบบใดเป็นรากฐานความปลอดภัย",[20,115,116,117,120],{},"กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ",[16,118,119],{},"Public Key Cryptography (PKC)"," เพราะถูกทำลายได้ด้วย Shor’s Algorithm ที่แก้ปัญหาการแยกตัวประกอบของตัวเลขขนาดใหญ่ และการคำนวณลอการิทึมแบบไม่ต่อเนื่องได้ใน Polynomial Time",[122,123,124,131,137],"ul",{},[125,126,127,130],"li",{},[16,128,129],{},"RSA Encryption"," มีการใช้งานแพร่หลายไม่ว่าจะเป็นใน Email, VPN หรือ HTTPS",[125,132,133,136],{},[16,134,135],{},"Elliptic Curve Cryptography (ECC)"," มีการใช้งานทั้งใน Blockchain และ Modern TLS ซึ่งสามารถถูกถอดได้ง่ายกว่า RSA",[125,138,139,142],{},[16,140,141],{},"Diffie-Hellman"," ใช้สำหรับแชร์ Secret สามารถถูกโจมตีในรูปแบบ Harvest Now, Decrypt Later (HNDL) ที่จะกล่าวถึงในส่วนถัดไป",[20,144,145,146,149,150,153],{},"กลุ่มที่ได้รับผลกระทบรองลงมาคือ ",[16,147,148],{},"การเข้ารหัสแบบสมมาตร"," และ ",[16,151,152],{},"Hash Function"," เพราะได้รับผลกระทบจาก Grover’s Algorithm ที่ทำให้สามารถถูกโจมตีได้เร็วขึ้นแบบกำลังสอง",[122,155,156,165],{},[125,157,158,161,162],{},[16,159,160],{},"AES-128"," ในทางปฏิบัติยังถือว่าปลอดภัยเพียงพอและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน แต่หากต้องการเพิ่มความปลอดภัยสามารถขยับไปใช้ ",[16,163,164],{},"AES-256",[125,166,167,170],{},[16,168,169],{},"SHA-256"," และ Hash Functions อื่น ๆ ยังถือว่าปลอดภัยพอสมควร แต่หากต้องการเพิ่มความปลอดภัยควรใช้ SHA-384\u002FSHA-512",[20,172,173],{},"ความเสียหายส่วนใหญ่จึงตกอยู่ที่ Public Key Cryptography เพราะเป็นระบบที่อยู่เบื้องหลังความปลอดภัยของแทบทุกอย่างที่เราใช้กันทุกวัน",[12,175,177],{"id":176},"what-is-harvest-now-decrypt-later","What Is “Harvest Now, Decrypt Later”?",[20,179,180,183],{},[16,181,182],{},"Harvest Now, Decrypt Later (HNDL)"," เป็นรูปแบบการโจมตีที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมพัฒนาขึ้น ผู้ไม่ประสงค์ดีจะดักจับการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายหรือขโมยข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสในปัจจุบันมาเก็บสะสมไว้ก่อน เพื่อรอวันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมมีพลังประมวลผลมากพอจะถอดรหัสข้อมูลเหล่านั้นได้",[20,185,186],{},"ภัยคุกคามนี้สำคัญตรงที่ข้อมูลลับมีอายุยาวกว่าการเข้ารหัสที่ใช้ป้องกัน ข้อมูลสำคัญจำนวนมากในปัจจุบันถูกเข้ารหัสด้วย RSA หรือ ECC แต่ยังต้องเก็บรักษาเป็นความลับต่อไปอีกหลายปีหรือหลายสิบปี เช่น ข้อมูลสุขภาพ ความลับของรัฐบาล หรือความลับทางการค้าของบริษัท แม้วันนี้จะยังถอดรหัสไม่ได้ แต่หากการเข้ารหัสที่ใช้ป้องกันถูกเจาะได้ในวันข้างหน้า ข้อมูลที่ถูกเก็บสะสมไว้ก็จะถูกเปิดเผยทันที",[20,188,189],{},"ช่องทางในการเก็บข้อมูลเข้ารหัสมีหลายรูปแบบ เช่น การดักจับการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย, การเจาะเครื่องเป้าหมาย, การโจมตี Server, การเข้าถึง Cloud Storage หรือแม้กระทั่งการดักข้อมูลในระดับ Data Center ซึ่งการโจมตีระดับนี้มักเป็นฝีมือของกลุ่มที่มีทรัพยากรสูงอย่าง Nation-state",[20,191,192],{},"องค์กรที่มีความเสี่ยงสูงคือองค์กรที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลความลับเป็นเวลานาน ตัวอย่างเช่น",[122,194,195,198,201,204,207,210],{},[125,196,197],{},"หน่วยงานราชการ: เก็บข้อมูลความมั่นคงของประเทศ ความลับของรัฐ การเจรจาทางการทูต และข่าวกรอง หากรั่วไหลจะกระทบความมั่นคงของชาติอย่างรุนแรงและส่งผลยาวนาน",[125,199,200],{},"การแพทย์: เก็บข้อมูลสุขภาพและพันธุกรรม หากข้อมูลรั่วไหลจะละเมิดความเป็นส่วนตัวของบุคคลอย่างร้ายแรงเพราะข้อมูลเหล่านี้แก้ไขไม่ได้และต้องปกปิดไปตลอดชีวิต",[125,202,203],{},"สถาบันการเงิน: เก็บบันทึกธุรกรรม ข้อมูลลูกค้า สัญญา และข้อมูลการชำระเงิน หากข้อมูลรั่วไหลอาจเปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนระยะยาว ดีลควบรวมกิจการ หรืออัลกอริทึมการซื้อขาย จนสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขัน",[125,205,206],{},"บริษัทกฎหมาย: เก็บข้อมูลการพูดคุยระหว่างทนายความกับลูกความ หากรั่วไหลจะละเมิดความลับระหว่างทนายกับลูกความ และอาจกระทบรูปคดี",[125,208,209],{},"ผู้ให้บริการคลาวด์: เก็บข้อมูลลูกค้าจากหลายภาคส่วน หากรั่วไหลจะกระทบลูกค้าจำนวนมากพร้อมกัน เพราะเป็นจุดที่รวบรวมข้อมูลละเอียดอ่อนไว้มาก",[125,211,212],{},"โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ: เก็บข้อมูลการดำเนินงาน และข้อมูลการออกแบบระบบ หากรั่วไหลอาจกระทบความมั่นคงและการดำเนินงาน",[20,214,215],{},[35,216],{"alt":217,"src":218,"width":39,"height":219},"Harvest Now, Decrypt Later (HNDL) \u002F Source: https:\u002F\u002Fwww.paloaltonetworks.com\u002Fcyberpedia\u002Fharvest-now-decrypt-later-hndl","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography\u002Fharvest-now-decrypt-later.jpeg",394,[20,221,222],{},"Harvest Now, Decrypt Later เกี่ยวข้องกับ “Q-Day” ซึ่งเป็นวันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมมีพลังมากพอที่จะถอดรหัสการเข้ารหัสที่มีการใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันได้สำเร็จ ปัจจุบันยังไม่มีใครรู้วันที่แน่นอนของ Q-Day แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าอยู่ที่ราว 10–30 ปี กรอบเวลานี้อาจคลาดเคลื่อนได้ เพราะขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของฮาร์ดแวร์ควอนตัม การแก้ไขข้อผิดพลาด ความสามารถในการขยายขนาด และอัลกอริทึม ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง",[20,224,225],{},"เราทำนายวัน Q-Day ให้แม่นยำไม่ได้ เป้าหมายในการรับมือจึงเป็นการลดปริมาณข้อมูลที่ผู้ไม่ประสงค์ดีเก็บเกี่ยวไปได้ก่อนวันที่ Q-Day จะมาถึง",[12,227,229],{"id":228},"how-can-we-defend-against-it",[16,230,231],{},"How Can We Defend Against It?",[20,233,234,235,238],{},"เมื่อการเข้ารหัสในปัจจุบันแข็งแกร่งไม่เพียงพอต่อการป้องกันการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม จึงเป็นที่มาของ ",[16,236,237],{},"Post-Quantum Cryptography (PQC)"," ซึ่งเป็นอัลกอริทึมการเข้ารหัสที่ออกแบบมาให้ทำงานได้บนคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ป้องกันการโจมตีจากทั้งคอมพิวเตอร์ทั่วไปและคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยอาศัยปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่เชื่อว่าต่อให้เป็นคอมพิวเตอร์ควอนตัมก็แก้ได้ยาก",[240,241,242],"blockquote",{},[20,243,244],{},"ซึ่งแตกต่างจาก Quantum Cryptography ที่เป็นการใช้งานหลักการเชิงฟิสิกส์ควอนตัมตรง ๆ",[20,246,247],{},"ในช่วงปี 2016 สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIST) ได้จัดแข่งขันเพื่อคัดเลือก Post-Quantum Cryptographic Algorithms ที่จะมาเป็นมาตรฐานความปลอดภัยในอนาคต จากผู้สมัครเริ่มต้น 82 รายจาก 25 ประเทศ ผ่านการคัดเลือกจนในปี 2024 ได้ประกาศมาตรฐานชุดแรกออกมา 3 ตัว ได้แก่ ML-KEM (CRYSTALS-Kyber), ML-DSA (CRYSTALS-Dilithium) และ SLH-DSA (SPHINCS+) ต่อมาในปี 2025 ได้เลือก HQC เพิ่ม และล่าสุดได้เลือก FN-DSA (FALCON) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างร่างมาตรฐานเพื่อประกาศต่อไป",[20,249,250],{},"หากแบ่งตามปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่เป็นรากฐาน จะแยกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก",[20,252,253,256],{},[16,254,255],{},"กลุ่มที่ 1: Lattice-based Cryptography"," เป็นกลุ่มที่อาศัยความยากในการหา Vector ที่สั้นที่สุดใน High-Dimensional Lattice ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีอัลกอริทึมควอนตัมที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น",[122,258,259,271,281],{},[125,260,261,270],{},[16,262,263],{},[264,265,269],"a",{"href":266,"rel":267},"https:\u002F\u002Fcsrc.nist.gov\u002Fpubs\u002Ffips\u002F203\u002Ffinal",[268],"nofollow","Module-Lattice-Based Key-Encapsulation Mechanism (ML-KEM)",": FIPS 203, ชื่อเดิมคือ CRYSTALS-Kyber ใช้สำหรับ Key Establishment คือการแชร์ Secret Key ซึ่งมาทำหน้าที่แทน Diffie-Hellman และ RSA Key Exchange",[125,272,273,280],{},[16,274,275],{},[264,276,279],{"href":277,"rel":278},"https:\u002F\u002Fcsrc.nist.gov\u002Fpubs\u002Ffips\u002F204\u002Ffinal",[268],"Module-Lattice-Based Digital Signature Algorithm (ML-DSA)",": FIPS 204, ชื่อเดิมคือ CRYSTALS-Dilithium ใช้สำหรับ Digital Signature เพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ซึ่งมาทำหน้าที่แทน RSA และ ECDSA Signature",[125,282,283,290],{},[16,284,285],{},[264,286,289],{"href":287,"rel":288},"https:\u002F\u002Fwww.ietf.org\u002Farchive\u002Fid\u002Fdraft-turner-lamps-cms-fn-dsa-00.html",[268],"Fast-Fourier Transform over NTRU-Lattice-Based Digital Signature Algorithm (FN-DSA)",": FIPS 206, ชื่อเดิมคือ FALCON ใช้สำหรับ Digital Signature เช่นกัน เหมาะใช้กับงานที่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดพื้นที่ ยังอยู่ระหว่างร่างมาตรฐาน ยังไม่ได้ประกาศเป็นมาตรฐานสมบูรณ์เหมือน 3 ตัวข้างต้น",[20,292,293,296],{},[16,294,295],{},"กลุ่มที่ 2: Hash-based Cryptography"," เป็นกลุ่มที่อาศัยความแข็งแรงของ Hash Function แม้ Grover’s Algorithm จะสามารถเพิ่มความเร็วในการหา Collision ได้ แต่การใช้ Hash ที่ยาวมากขึ้นก็เพียงพอต่อการป้องกัน ตัวอย่างเช่น",[122,298,299],{},[125,300,301,308],{},[16,302,303],{},[264,304,307],{"href":305,"rel":306},"https:\u002F\u002Fcsrc.nist.gov\u002Fpubs\u002Ffips\u002F205\u002Ffinal",[268],"Stateless Hash-Based Digital Signature Algorithm (SLH-DSA)",": FIPS 205, ชื่อเดิมคือ SPHINCS+ เป็นทางเลือกสำหรับ Digital Signature ซึ่งใช้ Hash-based แทน Lattice-based เผื่อกรณีที่ Lattice-based ถูกค้นพบช่องโหว่ในอนาคต",[20,310,311,314],{},[16,312,313],{},"กลุ่มที่ 3: Code-based Cryptography"," เป็นกลุ่มที่อาศัยความยากในการถอดรหัส Random Linear Code ซึ่งสามารถป้องกันการโจมตีจากทั้งคอมพิวเตอร์ทั่วไปและคอมพิวเตอร์ควอนตัม ตัวอย่างเช่น",[122,316,317],{},[125,318,319,322],{},[16,320,321],{},"Hamming Quasi-Cyclic (HQC)",": ตัวสำรองที่ NIST เพิ่มมาในปี 2025 ใช้สำหรับ Key Establishment เช่นเดียวกับ ML-KEM ซึ่งใช้ Code-based แทน Lattice-based เผื่อกรณีที่ Lattice-based ถูกค้นพบช่องโหว่ในอนาคต",[20,324,325,326,329,330,333],{},"ตัวอย่างการนำ Post-Quantum Cryptography มาใช้งานจริงที่เริ่มเห็นแล้ว คือใน Transport Layer Security (TLS) ผ่านการทำ ",[16,327,328],{},"Hybrid Handshake"," ซึ่งเป็นการใช้ Key Exchange ทั้งแบบเดิมและแบบ Post-Quantum Cryptography ควบคู่กัน ตัวอย่างที่นิยมที่สุดคือ ",[16,331,332],{},"X25519MLKEM768"," ที่ผสานระหว่าง X25519 (Classical Algorithm) กับ ML-KEM-768 (Post-Quantum Cryptographic Algorithm) เข้าด้วยกัน",[20,335,336],{},"หลักการของ Hybrid คือ “กุญแจสองชั้น” ผู้โจมตีต้องถอดให้ได้ทั้งสองตัวถึงจะถอดรหัสได้ หากวันหนึ่งคอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถถอด X25519 ได้ ก็ยังมี ML-KEM-768 ป้องกันอยู่ ในทางกลับกัน หาก ML-KEM-768 ถูกพบช่องโหว่ในภายหลัง X25519 ก็ยังสามารถป้องกันได้อยู่",[20,338,339],{},[35,340],{"alt":341,"src":342,"width":39,"height":343},"TLS 1.3 with X25519MLKEM768 \u002F Source: Qualys SSL Labs","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography\u002Ftls13-x25519mlkem768-handshake.webp",122,[12,345,347],{"id":346},"the-clock-is-already-ticking","The Clock Is Already Ticking",[20,349,350,351,353,354,357,358,361],{},"ถ้าพูดถึงภัยคุกคามต่อการเข้ารหัสที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ชื่อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ",[16,352,62],{}," แต่ Peter Shor เองเคยบอกไว้ว่าเรายังอยู่ห่างไกลจากวันที่อัลกอริทึมนั้นจะกลายเป็นภัยจริง ๆ Steve Brierley ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Riverlane บริษัทที่พัฒนา Operating System สำหรับคอมพิวเตอร์ควอนตัม เคยให้ข้อมูลเปรียบเทียบไว้ว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ดีที่สุดในวันนี้ ไม่ว่าจะที่จีนหรือ Google ทำได้แค่ประมาณ ",[16,355,356],{},"100 Operations"," ก่อนระบบจะล้มเหลว ในขณะที่ Shor’s Algorithm ต้องการมากถึง",[16,359,360],{},"ล้านล้าน Operations"," โดยไม่มีข้อผิดพลาด ช่องว่างนี้ห่างกันคนละมิติเลย การจะปิดช่องว่างต้องอาศัยทั้ง Conceptual Breakthrough หลายรอบและ Engineering ในระดับที่ยังไม่เคยมีมาก่อน เพื่อ Scale คอมพิวเตอร์ควอนตัมขึ้นไปถึง 1 ล้านคิวบิต ซึ่ง Peter Shor เคยประเมินไว้ว่าต้องใช้เวลาอีก 20–40 ปี หรือในกรณีที่แย่ที่สุดถ้าโจทย์ทาง Physics ยากเกินไปจริง ๆ ก็อาจ “ไม่มีวันสำเร็จ” เลยก็เป็นได้",[20,363,364],{},[35,365],{"alt":366,"src":367,"width":39,"height":368},"Number of qubits in the largest IBM quantum processor, by year (log scale) \u002F Source: https:\u002F\u002Fig.ft.com\u002Fquantum-computing\u002F","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography\u002Fibm-quantum-processor-qubits-by-year.webp",449,[20,370,371,372,375],{},"แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้กรอบเวลาเดียวกับ Peter Shor เช่น Julie Love หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ควอนตัมของ Microsoft กล่าวตรงกันข้ามเกือบทั้งหมดว่าการพัฒนาในระดับที่เราพูดกันอยู่เป็น ",[16,373,374],{},"“หน่วยปี ไม่ใช่หน่วยทศวรรษ”"," นักวิจัยทั่วโลกกำลังงัดเทคนิคสารพัดเพื่อเอาชนะข้อจำกัดที่มีอยู่ ช่วงเวลาที่เราคิดว่ายังอีกไกลจึงอาจมาถึงเร็วกว่าที่คาด",[20,377,378,379,382],{},"ธนาคาร รัฐบาล หรือโครงสร้างอินเทอร์เน็ตทั้งระบบต้องใช้เวลา ",[16,380,381],{},"“หลายปี”"," กว่าจะเปลี่ยนไปใช้การเข้ารหัสรูปแบบใหม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจึงเตือนว่าทุกองค์กรที่มีข้อมูล Sensitive ควรเริ่มเตรียมรับมือตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่า Q-Day จะมาเมื่อไหร่",[12,384,385],{"id":385},"ตรวจสอบด้วยตัวเองได้เลย",[20,387,388],{},"เว็บไซต์ของคุณเองตอนนี้ตกลงใช้ key exchange แบบไหนอยู่ ตรวจได้จากตรงนี้เลย",[390,391],"website-security-check",{"modules":392},"pqc",[12,394,396],{"id":395},"resource-links",[16,397,398],{},"Resource & Links",[122,400,401,407,413,419,425,431,437,443,449,455,461,467,472,477,482,487],{},[125,402,403],{},[264,404,405],{"href":405,"rel":406},"https:\u002F\u002Fthequantuminsider.com\u002F2026\u002F04\u002F06\u002Fhow-quantum-computing-affects-cryptography\u002F",[268],[125,408,409],{},[264,410,411],{"href":411,"rel":412},"https:\u002F\u002Fthequantuminsider.com\u002F2026\u002F04\u002F14\u002Fquantum-vs-classical-computing-guide\u002F",[268],[125,414,415],{},[264,416,417],{"href":417,"rel":418},"https:\u002F\u002Fthequantuminsider.com\u002F2026\u002F04\u002F21\u002Fcryptologist-finds-aes-128-likely-safe-from-quantum-attack\u002F",[268],[125,420,421],{},[264,422,423],{"href":423,"rel":424},"https:\u002F\u002Fblog.st.com\u002Fpqc-post-quantum-cryptography\u002F",[268],[125,426,427],{},[264,428,429],{"href":429,"rel":430},"https:\u002F\u002Fwww.krungsri.com\u002Fth\u002Fresearch\u002Fresearch-intelligence\u002Fquantum-computing-2025",[268],[125,432,433],{},[264,434,435],{"href":435,"rel":436},"https:\u002F\u002Fwww.cloudflare.com\u002Flearning\u002Fssl\u002Fquantum\u002Fwhat-is-quantum-computing\u002F",[268],[125,438,439],{},[264,440,441],{"href":441,"rel":442},"https:\u002F\u002Fwww.ibm.com\u002Fthink\u002Ftopics\u002Fquantum-computing",[268],[125,444,445],{},[264,446,447],{"href":447,"rel":448},"https:\u002F\u002Fpqshield.com\u002Fthe-new-nist-post-quantum-cryptography-standards\u002F",[268],[125,450,451],{},[264,452,453],{"href":453,"rel":454},"https:\u002F\u002Fwww.paloaltonetworks.com\u002Fcyberpedia\u002Fharvest-now-decrypt-later-hndl",[268],[125,456,457],{},[264,458,459],{"href":459,"rel":460},"https:\u002F\u002Fmedium.com\u002Fmicrosoft-student-partners-kmitl\u002F%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A1-quantum-computer-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-254a1ec4d70b",[268],[125,462,463],{},[264,464,465],{"href":465,"rel":466},"https:\u002F\u002Fwww.nist.gov\u002Fnews-events\u002Fnews\u002F2024\u002F08\u002Fnist-releases-first-3-finalized-post-quantum-encryption-standards",[268],[125,468,469],{},[264,470,266],{"href":266,"rel":471},[268],[125,473,474],{},[264,475,277],{"href":277,"rel":476},[268],[125,478,479],{},[264,480,305],{"href":305,"rel":481},[268],[125,483,484],{},[264,485,287],{"href":287,"rel":486},[268],[125,488,489],{},[264,490,491],{"href":491,"rel":492},"https:\u002F\u002Fig.ft.com\u002Fquantum-computing\u002F",[268],{"title":494,"searchDepth":495,"depth":495,"links":496},"",2,[497,498,503,504,505,506,507],{"id":14,"depth":495,"text":18},{"id":53,"depth":495,"text":54,"children":499},[500,502],{"id":61,"depth":501,"text":62},3,{"id":81,"depth":501,"text":82},{"id":176,"depth":495,"text":177},{"id":228,"depth":495,"text":231},{"id":346,"depth":495,"text":347},{"id":385,"depth":495,"text":385},{"id":395,"depth":495,"text":398},"2026-08-19","Post-Quantum Cryptography คืออะไร ทำไมคอมพิวเตอร์ควอนตัมถึงเป็นภัยต่อการเข้ารหัส และองค์กรควรเริ่มเปลี่ยนเมื่อไหร่",false,"md",[513,516,519,522,525],{"q":514,"a":515},"เรามีเวลาเหลืออีกกี่ปีก่อนที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะเจาะระบบเข้ารหัสได้ทั้งหมด?","แม้ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินว่าอาจใช้เวลาอีกสิบถึงสามสิบปี แต่การพัฒนาเทคโนโลยีของกลุ่มแฮกเกอร์ระดับรัฐอาจทำได้เร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ หากองค์กรของคุณมีข้อมูลที่ต้องเก็บรักษาความลับนานกว่าสิบปี คุณควรเริ่มวางแผนปรับปรุงระบบตั้งแต่ตอนนี้เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ผู้โจมตีดักเก็บไว้วันนี้ถูกถอดรหัสได้ในอนาคต",{"q":517,"a":518},"ผู้ใช้งานทั่วไปต้องเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เพื่อป้องกันภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมหรือไม่?","ผู้ใช้งานทั่วไปยังไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเองเพราะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างๆ จะเป็นผู้อัปเกรดการเข้ารหัสอยู่เบื้องหลัง สิ่งที่คุณควรทำคือการอัปเดตระบบปฏิบัติการและเว็บเบราว์เซอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอเพื่อให้รองรับมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ทันทีที่มีการปล่อยอัปเดตออกมา",{"q":520,"a":521},"ถ้าระบบขององค์กรใช้การเข้ารหัส AES อยู่ในปัจจุบัน ต้องรีบรื้อระบบใหม่ทั้งหมดเลยหรือไม่?","ระบบที่ใช้ AES ยังคงมีความปลอดภัยสูงและไม่จำเป็นต้องรื้อทำใหม่ทั้งหมดในทันที เนื่องจากอัลกอริทึมควอนตัมมีผลกระทบต่อการเข้ารหัสแบบสมมาตรน้อยมาก ถ้าต้องการเผื่อไว้สำหรับข้อมูลความลับขององค์กร เปลี่ยนไปใช้ AES-256 ได้ไม่ยาก",{"q":523,"a":524},"การอัปเกรดระบบไปใช้ Post-Quantum Cryptography จะทำให้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันทำงานช้าลงไหม?","อัลกอริทึมเข้ารหัสแบบใหม่มักใช้ขนาดของกุญแจที่ใหญ่ขึ้นและอาจต้องการพลังประมวลผลมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดความล่าช้าเล็กน้อยในระหว่างเริ่มการเชื่อมต่อ หากองค์กรของคุณใช้งานอุปกรณ์รุ่นเก่าหรืออุปกรณ์ IoT ที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร คุณอาจต้องทดสอบประสิทธิภาพและเตรียมแผนอัปเกรดฮาร์ดแวร์ควบคู่ไปด้วย",{"q":526,"a":527},"ทำไมถึงควรใช้ระบบเข้ารหัสแบบลูกผสมแทนที่จะเปลี่ยนไปใช้ Post-Quantum Cryptography ไปเลยร้อยเปอร์เซ็นต์?","มาตรฐาน Post-Quantum Cryptography ถือเป็นของใหม่ที่อาจยังมีช่องโหว่ทางคณิตศาสตร์แบบดั้งเดิมซ่อนอยู่ซึ่งนักวิจัยอาจจะยังหาไม่พบ การใช้ระบบแบบลูกผสมจะช่วยให้ข้อมูลของคุณยังได้รับการปกป้องจากระบบเข้ารหัสมาตรฐานเดิมที่ผ่านการพิสูจน์ความแข็งแกร่งมาแล้วหลายสิบปี แม้มาตรฐานใหม่จะถูกแฮกได้","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography\u002Fimage-20260804-092348.134Z-7991.png","th",null,"post-quantum-cryptography",{},true,"\u002Fblogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography",{"title":6,"description":509},"blogs\u002F2026-08-19-post-quantum-cryptography",[538,539,540,541],"cryptography","tls-ssl","privacy","consulting","ARTICLES","qEeiyE1K5VG8R5HU2XuPcnLjANKrliTgJyumnyqXmUU",[545,555,565],{"id":546,"link":547,"title":548,"description":549,"image":550,"date":551,"type":542,"author":552,"tags":553},"content\u002Fblogs\u002F2025-05-19-you-need-ssl-automation-for-digital-certiificate.md","you-need-ssl-automation-for-digital-certiificate","Let's Encrypt กับใบรับรองที่จะมีอายุแค่ 47 วัน","เบื้องหลังความง่ายของ Let’s Encrypt คือโปรโตคอล ACME ที่ทำให้ขอ ต่ออายุ และยืนยันใบรับรองได้อัตโนมัติ และทำไมอายุใบรับรองกำลังจะเหลือ 47 วัน","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2025-05-19-you-need-ssl-automation-for-digital-certiificate\u002Fimages-f82adfb4-a23f-4da8-b262-f008f88a0adf.jpg","2025-05-19","Nuttakorn Dhiraprayudti",[539,538,554],"compliance",{"id":556,"link":557,"title":558,"description":559,"image":560,"date":561,"type":542,"author":562,"tags":563},"content\u002Fblogs\u002F2021-06-07-pdpa-personal-data-protection-act.md","pdpa-personal-data-protection-act","PDPA คืออะไร สรุปกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับองค์กร อัปเดต 2569","PDPA คือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 บทความนี้สรุปว่ากฎหมายคุ้มครองอะไร เจ้าของข้อมูลมีสิทธิอะไร องค์กรต้องทำอะไร โทษหนักแค่ไหน และคดีที่ สคส. ลงโทษไปแล้วบอกอะไรเรา","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2021-06-07-pdpa-personal-data-protection-act\u002Ffull.png","2021-06-07","Incognito Lab",[554,564,540,541],"governance",{"id":566,"link":567,"title":568,"description":569,"image":570,"date":571,"type":542,"author":562,"tags":572},"content\u002Fblogs\u002F2016-01-16-communication-plan-and-security-breach-notification-law.md","communication-plan-and-security-breach-notification-law","Communication Plan and Security Breach Notification Law","ทำไมข่าวองค์กรถูกแฮ็กในต่างประเทศมักมาจากตัวองค์กรเอง แต่ในไทยมาจากที่อื่น เปรียบเทียบแนวปฏิบัติการแจ้งเหตุข้อมูลรั่วและกฎหมายที่บังคับให้ต้องแจ้ง","\u002Fimages\u002Fblogs\u002F2016-01-16-communication-plan-and-security-breach-notification-law\u002Ffull.png","2016-01-16",[564,554,573,540,541],"data-breach",[],1791794322438]