Oracle ออก 378 แพตช์ หลังเหตุเจาะ Legacy Cloud

content-image

378 แพตช์จาก Oracle ในเดือนแรกของไตรมาส 2

สัญญาณอันตรายที่องค์กรไม่ควรเมิน ในเดือนนี้ Oracle ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งรวม 378 แพตช์ ครอบคลุมช่องโหว่จากผลิตภัณฑ์หลักเกือบทุกตัวทั้ง Oracle Database, MySQL, WebLogic ฯลฯ

เบื้องหลังการอัปเดตมหาศาลนี้คาดว่ามาจากเหตุการณ์ที่น่ากังวลคือ การเจาะระบบ Oracle Legacy Cloud Infrastructure (OCI Classic)

Oracle Legacy Cloud คืออะไร ?

มันคือระบบ Cloud Infrastructure รุ่นเก่าของ Oracle ที่เปิดให้บริการก่อนเวอร์ชันปัจจุบัน (OCI Gen 2) โดยยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ใช้ระบบนี้อยู่

ปัญหา

ระบบเก่าที่ใช้งานได้มักถูก maintain ให้ใช้งานได้ไปเรื่อย ๆ เนื่องจากกังวลถึงการอัปเดตต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อการทำงาน แต่ในเรื่องนี้ก็มีในปัญหาในเรื่องของความปลอดภัยเช่นกัน เนื่องจากระบบเก่ามักไม่ได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ตกเป็นเป้าของการโจมตีง่ายขึ้น

หากองค์กรของคุณยังใช้ Cloud รุ่นเก่า หรือไม่แน่ใจว่าโครงสร้าง Cloud ปัจจุบันมีจุดอ่อนตรงไหน นี่คือเวลาที่ควรรีบตรวจสอบทันที

Timeline: เหตุการณ์เจาะระบบ Oracle Legacy Cloud

  • มี.ค. 2025 – แฮ็กเกอร์ชื่อ rose87168 อ้างว่าสามารถขโมยข้อมูลล็อกอินจากระบบดังกล่าว และนำไปเสนอขายใน BreachForums โดยอ้างว่าได้ข้อมูลล็อกอินของลูกค้า Oracle จำนวนมาก
  • ต้นเดือน เม.ย. 2025 – Oracle แจ้งลูกค้าบางรายเกี่ยวกับเหตุการณ์ compromise ในระบบ legacy cloud แต่ปฏิเสธในเรื่องผลกระทบต่อ Oracle Cloud Infrastructure (OCI) ตัวปัจจุบัน
  • 16 เม.ย. 2025 – CISA ออกคำแนะนำเตือนเรื่องความเสี่ยงจากข้อมูลที่อาจรั่วไหลจาก legacy Oracle cloud
  • 16 เม.ย. 2025 – Oracle ปล่อย Critical Patch Update เมษายน 2025 แก้ช่องโหว่ 378 รายการ
  • 16 เม.ย. 2025 – Tenable ถึงกับทำ Break down ออกมาว่าในแต่ละ Product มีจำนวนช่องโหว่ที่ทำ RCE แบบไม่ต้อง Authen ได้เยอะแค่ไหน

หากองค์กรของคุณยังใช้ Oracle อยู่

โดยเฉพาะระบบรุ่นเก่า (OCI Classic / Legacy Cloud) นี่คือสิ่งที่ ควรทำทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ล่าสุด:

  1. ตรวจสอบว่าใช้งาน Oracle รุ่นใดอยู่ - หากยังอยู่บน OCI Classic (Legacy Cloud) ให้พิจารณาแผนการย้ายไป OCI Gen2 หรือระบบที่ปลอดภัยกว่า
  2. ติดตั้ง Patch ที่ Oracle ปล่อยออกมา
  3. Review ดูว่ามีการฝัง Hardcode credential ไว้ใน Source code, infrastructure-as-code templates, automation scripts, configuration files หรือไม่ ถ้ามีควรเปลี่ยนออก และพิจารณาเลือกใช้ centralized secret management
  4. ตรวจสอบ log สำหรับกิจกรรมที่ผิดปกติย้อนหลัง 60-90 วัน - ค้นหาการ login แปลกๆ, IP ที่ไม่รู้จัก, หรือการดึงข้อมูลขนาดใหญ่
  5. วางแผนทดสอบระบบด้วยการทำ VA/Pentest - เพื่อหาช่องโหว่ที่ยังคงเหลืออยู่ และประเมินความเสี่ยงเชิงลึก

Ref:

ให้เราช่วยดูแลความปลอดภัยให้คุณ

หากท่านสนใจและต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเรา สามารถนัดหมายเพื่อพูดคุยผ่านเว็บไซต์ได้ทันที ทีมงานยินดีให้คำปรึกษาและตอบทุกข้อสงสัยอย่างเต็มที่

More to read

Up Next

Blog preview image

ARTICLES/9 Mar 2026

เฝ้าระวัง Infostealer Log ด้วย RedAlert

EDR ติดตั้งได้เฉพาะเครื่องที่องค์กรคุม แต่ credential มักรั่วจากเครื่องพนักงานและ outsource ที่ไม่มี agent อยู่ RedAlert หาเจอโดยไม่ต้องติดตั้งอะไร

Blog preview image

ARTICLES/20 Feb 2026

Snowflake Breach 2024 เมื่อ Infostealer ทำให้ EDR มองไม่เห็น

กรณีศึกษา Snowflake Breach 2024 ว่า credential ที่หลุดจากเครื่องของ 3rd Party กลายเป็นทางเข้าได้อย่างไร และ Stealer Log ที่อยู่เบื้องหลังคืออะไรกันแน่

Blog preview image

ARTICLES/3 Sep 2025

Lumma Stealer กับ Unmanaged Device ช่องทางที่ข้อมูลองค์กรรั่วออกไป

Lumma Stealer ขโมยข้อมูลได้หลายแบบ ขายกันเป็นธุรกิจ และกลับมาได้อีกหลังถูกปราบครั้งใหญ่ พอมันอยู่บน unmanaged device ที่องค์กรดูแลไม่ถึง credential ที่รั่วออกไปก็เป็นจุดเริ่มของการถูกเจาะ

logologo

INCOGNITO LAB CO., LTD.

38 Soi Petchakasem 30, Pak Khlong Phasi Charoen, Phasi Charoen, Bangkok 10160

©2026 Incognito Lab Co., Ltd. All rights reserved

Terms & ConditionsPrivacy Policy