ทดสอบเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐาน

ทดสอบทั้งภายนอกและภายใน แบบ black-box และ gray-box ตั้งแต่เจาะ perimeter ไปจนถึง lateral movement อิงตาม NIST SP800-115

service ที่เปิดสู่ภายนอกเพียงตัวเดียว host ที่ลืมทิ้งไว้ใน DMZ หรือ credential ที่ใช้ซ้ำ อาจเป็นก้าวแรกของผู้โจมตีที่พาไปถึง server และ database สำคัญภายในระบบ vulnerability scanner ให้รายการ port ที่เปิดอยู่กับ CVE ที่รู้จัก แต่ไม่ได้ระบุว่าช่องโหว่ตัวไหนต่อกันจนไปถึงทรัพย์สินสำคัญที่สุดของคุณได้จริง งานทดสอบเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานของเราพิสูจน์ว่าช่องโหว่เหล่านั้นเชื่อมถึงกันได้จริงหรือไม่ เรามอง network ของคุณด้วยมุมมองของผู้บุกรุก และพิสูจน์เส้นทางตั้งแต่ foothold แรกไปจนถึงข้อมูลอ่อนไหว

การทดสอบภายนอกและภายใน

การทดสอบโครงสร้างพื้นฐานแยกเป็นสองงาน และการประเมินที่ครบถ้วนมักทำทั้งคู่

External infrastructure pentest

โจมตี network ของคุณจากอินเทอร์เน็ต ด้วยมุมมองของผู้โจมตีระยะไกลที่ไม่เคยมีสิทธิ์เข้าถึงมาก่อน เราตรวจทุกอย่างที่คุณเปิดออกมาที่ perimeter: public service, DMZ, remote-access endpoint, อะไรก็ตามที่เข้าถึงได้จากภายนอก เพื่อหาจุดอ่อนที่จะพาเราไปได้ foothold ข้างใน

Internal infrastructure pentest

เริ่มจากภายใน intranet จำลองพนักงานภายในที่มีเจตนาร้าย ผู้รับเหมาที่มีสิทธิ์เข้าถึง network หรือผู้โจมตีที่เจาะผ่าน perimeter เข้ามาแล้ว เช่น จาก laptop ที่โดน phishing และกำลังมองหาทางขยายต่อ จากจุดนั้นเราทดสอบว่าผู้บุกรุกขยายการเข้าถึงภายในเครือข่ายไปได้ไกลแค่ไหน

เมื่อทำทั้งสองงานควบคู่กัน จะได้เส้นทางเดียวที่ต่อเนื่องกัน: เจาะ perimeter จากภายนอก ตั้ง foothold แล้วขยายเข้าสู่ network ภายใน ไปถึง server zone และ database farm โจมตี server สำคัญ และเก็บข้อมูลอ่อนไหวที่ผู้โจมตีต้องการจริง ๆ ผลลัพธ์คือเส้นทางการโจมตีที่พิสูจน์แล้วว่าช่องโหว่ตัวไหนเชื่อมถึงกันและมีผลจริงต่อระบบของคุณ

วิธีการทำงานของเรา

ทุกงานเดินตามโครงสร้างเดียวกัน เริ่มด้วยข้อตกลงก่อนเริ่มงานที่ชัดเจน และปิดท้ายด้วยรายงานที่ทีมคุณเอาไปลงมือแก้ได้จริง ก่อนจะยิง packet แรกออกไป เราตกลงกันเรื่องเป้าหมาย ขอบเขต ข้อกำหนด compliance ที่การทดสอบต้องทำให้ผ่าน และความเข้าใจร่วมกันเรื่องความเสี่ยงของการทดสอบบนระบบ production

จากนั้นขั้นตอนลงมือจริงเดินตามลำดับนี้:

  1. Reconnaissance & information gathering

  2. Exploitation & initial compromise

  3. Privilege escalation & lateral movement

  4. บรรลุเป้าหมายการทดสอบที่ตกลงกันไว้

พอลงมือเสร็จ เราเรียบเรียงทุกอย่างเป็นรายงาน

Active Directory และ network ภายใน

network ภายในส่วนใหญ่วางอยู่บน Microsoft Active Directory และนั่นคือจุดที่งานทดสอบจากภายในสร้างมูลค่าได้จริง ๆ พอเราได้ foothold (แม้จะเป็นแค่บัญชีผู้ใช้ domain ทั่วไปที่ไม่มีสิทธิ์ระดับผู้ดูแล) เราก็ enumerate directory ออกมาทั้งหมด: users, groups, permissions, ความสัมพันธ์เชิงความไว้วางใจ และการตั้งค่าที่ผิดพลาดที่ค่อย ๆ สะสมเงียบ ๆ ตามอายุของ domain ที่ใช้งานมานาน จากนั้นเราหา attack path ที่ความสัมพันธ์พวกนี้เปิดช่องเอาไว้ ไล่ห่วงโซ่ของสิทธิ์เล็ก ๆ ที่พอต่อกันแล้วรวมเป็น Domain Admin service account ที่มีสิทธิ์เกินจำเป็นเพียงตัวเดียว delegation ที่ค้างคาไม่ได้เก็บกวาด หรือ cached credential ที่ตกค้างบน host ผิดเครื่อง หลายครั้งเท่านี้ก็พอเปลี่ยน login ธรรมดาให้กลายเป็นการคุม domain ได้ทั้งหมด เราพิสูจน์เส้นทางนั้นทีละ host ถ้า network มีการทำ segmentation เราจะทดสอบว่ามันกั้นได้จริงหรือเปล่า หรือว่า foothold ในโซนหนึ่งแอบทะลุไปถึงอีกโซนได้เงียบ ๆ

เราจำกัดความเสี่ยงอย่างไร

การทดสอบโครงสร้างพื้นฐานบน production มีความเสี่ยงจริง เราเลยจัดการมันอย่างเปิดเผย งานที่มีผลกระทบสูงเราตกลงกับคุณก่อนลงมือทุกครั้ง ถ้าเจอช่องโหว่ร้ายแรงที่ไม่ควรรอจนถึงรายงานฉบับสุดท้าย เราแจ้งคุณทันทีเพื่อให้คุณลงมือรับมือได้ ทุกการเปลี่ยนแปลงที่เราทำบน production เราควบคุมและบันทึกไว้หมด เครื่องมือที่เราใช้มีทั้งซอฟต์แวร์ open-source และแบบ licensed (ผ่านการทดสอบใน lab ของเราเอง และใช้กันแพร่หลายในวงการความปลอดภัย) เสริมด้วย script ที่เราเขียนขึ้นเองเวลาเป้าหมายต้องการวิธีเฉพาะทาง เราเลือกใช้เฉพาะเครื่องมือที่น่าเชื่อถือและผ่านการตรวจสอบแล้ว เป้าหมายคือพิสูจน์ผลกระทบจริงโดยไม่ทำให้ระบบเกิด incident

ขอบเขตที่ตกลงกันล่วงหน้า

เรากำหนดขอบเขตของการทดสอบร่วมกับคุณก่อนเริ่ม ข้อเสนอระบุไทม์ไลน์และราคาไว้ชัดเจน

งานถูกกำหนดด้วยสี่มิติ

ตำแหน่ง

External ทดสอบจากอินเทอร์เน็ตเข้าหา perimeter ของคุณ หรือ internal ทดสอบจากใน intranet ของคุณ ลูกค้าจำนวนมากเลือกทั้งคู่เพื่อครอบคลุมเส้นทางการโจมตีทั้งเส้น

สถานการณ์

Black-box ที่เราเริ่มโดยรู้แค่ช่วง IP address ไม่รู้อะไรอย่างอื่นเลย จำลอง hacker จากภายนอก หรือ gray-box ที่คุณให้สิทธิ์บางอย่างล่วงหน้า (โดยทั่วไปคือ user account ระดับมาตรฐาน) เพื่อจำลองพนักงานที่มีเจตนาร้ายหรือผู้โจมตีที่มี foothold อยู่แล้ว gray-box เข้าถึงบางส่วนของ network ที่ black-box อาจไม่มีวันแตะได้ และแสดงให้เห็นว่า account ที่มีสิทธิ์ปกติถูกใช้ต่อยอดไปได้ไกลแค่ไหน

จำนวน IP address

จำนวน host ที่อยู่ในขอบเขต ตกลงกันไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ขอบเขตและกรอบเวลาชัดเจนและโปร่งใส

Revisit / retest

จะรวม retest ไว้ด้วยหรือไม่ เพื่อให้เราตรวจยืนยันการแก้ไขของคุณหลัง remediation

สิ่งที่คุณได้รับ

ทุกรายงานมีอย่างน้อยเท่านี้:

Executive summary

ภาพความเสี่ยงในภาษาธุรกิจ เหมาะสำหรับผู้บริหารและ auditor

Findings จัดตาม Risk Level

แต่ละประเด็นให้ระดับ Critical, High, Medium หรือ Low เพื่อจัดลำดับการแก้ได้อย่างมีหลักการ

Reproduction / POC ประกอบทุก finding

หลักฐานของแต่ละประเด็น พร้อมขั้นตอนทำซ้ำของแต่ละ finding อย่างละเอียด

คำแนะนำการแก้ไข

วิธีแก้ที่ผูกกับ environment ของคุณจริง

การตรวจยืนยันด้วย retest

เมื่อ revisit อยู่ในขอบเขต ทุก finding จะถูกตรวจซ้ำหลังคุณแก้ และรายงานจะถูกอัปเดตให้สะท้อนรายการที่ปิดไปแล้ว

ทุกงานที่ผ่านมาเจอ finding จริงที่ผ่านการยืนยันแล้ว

ทีมและใบรับรอง

  • OSCP
  • OSCE
  • CREST CRT
  • CREST CPSA
  • GIAC GREM

การทดสอบทำโดยทีมภายในของเรา ใบรับรองเหล่านี้ได้มาจากการสอบภาคปฏิบัติจริง ดูรายชื่อใบรับรองทั้งหมดที่ทีมถือ

แนวทางการทดสอบของเราอิงตาม NIST SP800-115 (Technical Guide to Information Security Testing and Assessment) ที่จัดโครงสร้างงานตั้งแต่การวางแผน ไปจนถึง discovery การโจมตี และการรายงาน ทุก finding ถูกจัดระดับตาม Risk Level และบันทึกไว้เพื่อให้ทีมคุณทำซ้ำและปิดมันได้

บริการที่เกี่ยวข้อง

การทดสอบโครงสร้างพื้นฐานแทบไม่เคยยืนอยู่ลำพัง

การทดสอบเว็บแอปพลิเคชัน

เข้าคู่กับการทดสอบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ service ที่วางอยู่บน network

Penetration test

งานทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของแผน penetration test ที่ครอบคลุมกว่า โดยออกแบบขอบเขตให้ตรงกับสิ่งที่การตรวจสอบของคุณต้องการ

Red teaming

เมื่อคำถามขยายจาก "จุดอ่อนทางเทคนิคอยู่ตรงไหน" ไปเป็น "ผู้โจมตีจะประกอบคน กระบวนการ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างไรเพื่อไปให้ถึงทรัพย์สินสำคัญของเรา" นั่นคือขอบเขตของ red teaming

Security hardening

พอรายงานอยู่ในมือแล้ว การทำ security hardening คือขั้นที่ปิด finding พวกนั้น พร้อมปรับระบบปฏิบัติการ network device และ service ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นไปตาม baseline ที่มีเอกสารกำกับ

ตรวจทานล่าสุด: 14 Oct 2026

ทดสอบเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐาน

เป้าหมาย ขอบเขต และข้อกำหนด compliance ตกลงกันก่อนเริ่มทดสอบ แล้วคุณจะได้ข้อเสนอที่ระบุไทม์ไลน์และราคาชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย

การทดสอบโครงสร้างพื้นฐานภายนอกกับภายในต่างกันยังไง?

External infrastructure pentest โจมตี network ของคุณจากอินเทอร์เน็ต ด้วยมุมมองของผู้โจมตีระยะไกลที่ไม่เคยมีสิทธิ์เข้าถึงมาก่อน ไล่ probe public service, DMZ และ remote-access endpoint เพื่อหาจุดอ่อนที่ใช้ตั้ง foothold ภายในได้ ส่วน internal pentest เริ่มจากภายใน intranet จำลองพนักงานที่มีเจตนาร้ายหรือผู้โจมตีที่เจาะผ่าน perimeter เข้ามาแล้ว แล้วทดสอบว่าเคลื่อนที่ได้ไกลแค่ไหน เมื่อทำทั้งสองงานควบคู่กัน จะเห็นเส้นทางการโจมตีที่ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่เจาะ perimeter ไปจนถึง database farm

คุณทดสอบ Active Directory ไหม?

ทดสอบ เพราะ network ภายในส่วนใหญ่วางอยู่บน Microsoft Active Directory และนั่นคือจุดที่งานทดสอบจากภายในสร้างมูลค่าได้จริง ๆ พอได้ foothold แม้จะเป็นแค่บัญชีผู้ใช้ domain ทั่วไปที่ไม่มีสิทธิ์ระดับผู้ดูแล เราก็สำรวจ directory และหา attack path จากความสัมพันธ์ระหว่างบัญชีและระบบ ไล่ดูว่าสิทธิ์เล็ก ๆ ต่อกันจนไปถึง Domain Admin ได้อย่างไร service account ที่มีสิทธิ์เกินจำเป็นเพียงตัวเดียว หรือ delegation ที่ไม่ได้เก็บกวาด หลายครั้งก็เพียงพอ เราพิสูจน์เส้นทางนั้นทีละ host

การทดสอบแบบ black-box กับ gray-box ต่างกันยังไง?

สำหรับงานโครงสร้างพื้นฐาน ความต่างอยู่ที่จุดเริ่มต้นบน network แบบ black-box เริ่มโดยรู้แค่ช่วง IP address ไม่รู้อะไรอย่างอื่นเลย จำลองคนนอกที่เพิ่งมาถึง perimeter ส่วน gray-box ให้ user account ระดับมาตรฐานในโดเมนมาล่วงหน้า ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นที่พนักงานโดน phishing หรือคนในที่มีเจตนาร้ายมีอยู่แล้ว เพื่อทดสอบว่า login ธรรมดานั้นขยายไปเป็นอะไรได้บ้างทั่ว network ภายใน gray-box เข้าถึงบางส่วนของ network ที่ black-box อาจไม่มีวันแตะได้ ลูกค้าจำนวนมากเลยกำหนดขอบเขตทั้งคู่ เพื่อครอบคลุมเส้นทางทั้งเส้นตั้งแต่ perimeter ไปจนถึง Domain Admin

คุณจำกัดความเสี่ยงจากการทดสอบบน production ยังไง?

เราจัดการมันอย่างเปิดเผย งานที่มีผลกระทบสูงเราตกลงกับคุณก่อนลงมือทุกครั้ง ถ้าเจอช่องโหว่ร้ายแรงที่ไม่ควรรอจนถึงรายงานฉบับสุดท้าย เราแจ้งคุณทันที ทุกการเปลี่ยนแปลงที่เราทำบน production เราควบคุมและบันทึกไว้หมด เครื่องมือที่เราใช้ผ่านการทดสอบใน lab ของเราเอง และใช้กันแพร่หลายในวงการ เราเลือกใช้เฉพาะเครื่องมือที่น่าเชื่อถือและเสถียร

คุณใช้มาตรฐานอะไร?

NIST SP800-115 เป็นคู่มือวิธีทดสอบ ไม่มีการออกใบรับรองตามมาตรฐานนี้ มันกำหนดว่างานต้องเดินยังไงและบันทึกยังไง สิ่งที่ได้คือรายงานที่ใช้เป็นหลักฐานตอน audit ได้ ทุก finding จึงมีทั้งระดับความรุนแรงและขั้นตอนทำซ้ำกำกับไว้ ถ้ารายงานต้องไปตอบ audit ตัวไหนเป็นพิเศษ บอกตอนวาง scope ได้ เราจัดรูปเอกสารให้ตรงกับที่ audit นั้นต้องการ

จากทีมผู้ทดสอบของเรา

บอกเราว่าการทดสอบควรเริ่มจากจุดไหน

ภายนอก ภายใน หรือทั้งคู่ black-box หรือ gray-box เราตกลงจุดเริ่มต้นกับคุณก่อนยิง packet แรก

logologo

บริษัท อินค็อกนิโตแล็บ จำกัด

38 ซอยเพชรเกษม 30 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160