SCADA ยังรันได้อยู่ ทำไมต้องต้องอัป OS? ความเสี่ยงที่มักถูกวางไว้ท้ายสุด

content-image

ในปัจจุบันโรงงานจำนวนมากยังคงมีการใช้งาน OS รุ่นเก่า ที่เลิก support แล้ว ซึ่งเหตุผลหลักๆ ที่ยังจำเป็นต้องใช้อยู่ เพราะ software, SCADA หรือ HMI รองรับได้แค่ version นั้น ทำให้เสี่ยงต่อ Malware, ช่องโหว่เก่าๆ และปัญหาการปฏิบัติงานที่แก้ได้ยากถ้าไม่มีกรอบการควบคุมที่ดี

จากประสบการณ์ที่เคยเข้าไปทำ assessment มาในหลายโรงงาน สิ่งที่เห็นซ้ำๆ คือ

  • มีเครื่อง HMI หรือ Engineering/Operator Workstation ที่ยังใช้ Windows XP/7/Server รุ่นเก่า เพราะ software ควบคุมกระบวนการทำงานรองรับแค่ OS เหล่านี้
  • เจอ Virus/Malware ในเครื่อง OT บ่อยมาก สาเหตุหลักมาจากพนักงานเสียบ USB เข้าไปดึง log, report หรือเอาไฟล์ไปพิมพ์ ไปใช้ในเครื่องอื่นโดยไม่มีการสแกน
  • บางโรงงานพยายามแก้ด้วยการ clone OS เก่าไปเป็น VM บน Windows version ใหม่ๆ เพื่อให้รันซอฟต์แวร์เดิมได้ แต่สุดท้ายก็ยังต่อ network ในแบบที่เสี่ยงเหมือนเดิม แถมบริหารจัดการยากขึ้น

ซึ่งถ้ามองในมุมคนทำ security ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องเก่าหรือ OS เก่าอย่างเดียว แต่เป็นเรื่อง ต้นทุน, ขั้นตอนการทำงาน และการออกแบบโครงสร้างระบบ ที่ไม่ได้คิดเผื่อเรื่องความมั่นคงปลอดภัยมาตั้งแต่แรก

ทำไมถึงเลิกใช้ OS เก่าไม่ได้ละ

สาเหตุที่โรงงานส่วนใหญ่ "รู้ว่าเสี่ยง" แต่ต้องขอใช้ต่อมักจะมีอยู่ไม่กี่เรื่องใหญ่ๆ

  • Software คุมเครื่อง SCADA หรือ Driver ไม่รองรับ OS ใหม่ ถ้า upgrade แล้วกลัว process พัง ระบบไม่ทำงาน หรือ vendor ไม่การันตีว่าระบบจะเสถียร
  • ค่าใช้จ่ายและ downtime สูงมาก ซึ่งการเปลี่ยนทั้ง platform หมายถึงต้องหยุดไลน์ผลิต วางแผน maintenance ใหญ่ และใช้งบลงทุนก้อนใหญ่
  • Vendor บางรายเลิกพัฒนาแล้ว หรือ support แค่ใน environment ที่กำหนดเท่านั้น ทำให้โรงงานไม่กล้าที่จะ upgrade

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้หลายที่ "ยอมอยู่กับความเสี่ยง" แล้วหวังว่าเหตุการณ์ร้ายๆ จะไม่เกิดขึ้นในช่วงที่ตนเองดูแลอยู่ แทนที่จะค่อยๆ วางแผนลดความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

แล้ววิธีลดความเสี่ยงเมื่อยังต้องใช้ OS เก่าละ

ถ้าในระยะสั้นเปลี่ยน OS ไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือใส่ compensating controls รอบๆ ให้แน่นที่สุดเท่าที่โรงงานจะพอรับไหว

  • แยกโซนเครือข่ายให้ชัด
  • แยกเครื่องที่รัน OS เก่าให้อยู่ใน OT zone/segment ที่ควบคุมได้ ไม่ปล่อย flat network กับ IT หรืออินเทอร์เน็ต
  • ใช้ firewall หรือ router ทำ policy แบบ allow เฉพาะ traffic ที่จำเป็นระหว่าง zone (เช่น เฉพาะ protocol/port ที่ต้องใช้คุยกับ PLC/SCADA)
  • ปิดหรือจำกัดการใช้ USB บนเครื่องที่สำคัญ เช่น HMI/Engineering Station ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้มี "เครื่องกลาง" สำหรับสแกนก่อนเสมอ
  • ออก procedure ให้ชัดเจน ห้ามใช้แฟลชไดรฟ์ส่วนตัว, มี USB ที่จัดการโดยโรงงานเท่านั้น และต้องผ่านการสแกนด้วยเครื่องที่อัปเดต antivirus ได้
  • แยกบัญชี Operator / Engineer / Admin ชัดเจน
  • ลดสิทธิ์ผู้ใช้งาน ไม่ให้ทุกคนเป็น local admin และจำกัด account ที่ใช้ควบคุมระบบให้เหลือเท่าที่จำเป็น
  • ใช้ application whitelisting หรืออย่างน้อยก็กำหนดให้รันได้เฉพาะโปรแกรมที่เกี่ยวกับงานผลิต ปิด service/feature ที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด
  • เครื่องเก่าอาจลง endpoint security สมัยใหม่ไม่ได้ ควรใช้การ monitor จาก network เช่น IDS/NDR หรือการเก็บ log จาก firewall/switch เพื่อตรวจหาพฤติกรรมผิดปกติ
  • ตั้ง alert สำหรับพฤติกรรมที่ไม่ควรเห็นในโซน OT เช่น เครื่อง HMI ไปคุยกับ IP แปลกในฝั่งอินเทอร์เน็ต หรือมีการ scan port ภายใน

วางแผนระยะยาว เพราะวันนึงก็ต้องเปลี่ยน

ต่อให้ลดความเสี่ยงลงมาได้แค่ไหน สุดท้าย OS ที่หมดอายุการ support ก็ไม่ควรอยู่ในระบบสำคัญไปตลอด ดังนั้นจึงควรมี แผนระยะยาว ควบคู่ไปด้วย

ทำ inventory และ risk register

  • List เครื่องทั้งหมดที่ใช้ OS เก่า ระบุบทบาท ความสำคัญ และความเสี่ยงของแต่ละตัวให้ชัด
  • ทำ exception register ระบุเหตุผลที่ต้องใช้ต่อ, มาตรการชดเชย, ตั้งเจ้าของระบบ และกำหนดรอบทบทวน

วาง roadmap การเปลี่ยนหรือหาทางเลือก

  • จัดลำดับว่าเครื่องไหน critical และเสี่ยงสูงที่สุด แล้วค่อยๆ วางแผน upgrade หรือเปลี่ยน platform ในช่วงเวลาที่ downtime ได้
  • พิจารณาทางเลือกเช่น VM หรือการย้าย software เก่าไป run ในสภาพแวดล้อมที่คุมได้มากขึ้น (เช่น VM ในโซนที่ถูก segment และ monitor ดี) แทนการปล่อยเครื่อง physical เก่าๆ ไว้กลางระบบ
  • ทำให้ผู้บริหารเห็น "ประโยชน์ของการเปลี่ยน" สื่อสารให้เห็นว่า downtime ที่วางแผนได้จากการ upgrade ยังถูกกว่าการโดน ransomware หรือ incident ที่ทำให้หยุดผลิตแบบไม่ทันตั้งตัว

ท้ายที่สุด เรื่อง OS เก่าในโรงงานไม่ใช่แค่ปัญหาเทคนิค แต่เป็นปัญหา "ธุรกิจ + ความต่อเนื่องของการผลิต" ที่ต้องหาจุดสมดุลระหว่างความเสี่ยงกับความคุ้มค่า บทบาทของคนทำ security เลยไม่ใช่แค่ไปบอกว่า "ต้อง upgrade เดี๋ยวนี้เลยนะ" แต่คือช่วยออกแบบวิธีทำให้โรงงาน อยู่กับของเก่าอย่างมีสติ พร้อมทั้งหาทางออกให้ชัดเจนในวันที่ต้องเปลี่ยนจริงๆ

บริการของเรา

OT SECURITY

เมื่อระบบอุตสาหกรรมเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น การปกป้อง Operational Technology ก็สำคัญกว่าที่เคย ทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีใบรับรองประเมินและเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้าง OT ตามมาตรฐานชั้นนำ

logologo

บริษัท อินค็อกนิโตแล็บ จำกัด

38 ซอยเพชรเกษม 30 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160