บทเรียนจากแผ่นดินไหว สู่แผนรับมือด้วย ISO 22301

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2025 ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน คอนโดที่พักอาศัย รวมถึงพื้นที่ธุรกิจหลายแห่งที่ต้องหยุดชะงักชั่วคราว สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

ISO 22301
ธุรกิจของคุณมีแผนการรับมือวิกฤตการณ์หรือยัง?
เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างแผ่นดินไหวครั้งนี้สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจ ทั้งในด้านการเงิน ชื่อเสียง และความเชื่อมั่นจากลูกค้า จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่องค์กรควรมีแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan - BCP)
การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact Analysis - BIA) เป็นขั้นตอนสำคัญแรกๆ ในการเตรียมแผน BCP เพื่อให้องค์กรรู้ว่าอะไรคือทรัพยากรสำคัญที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ และประเมินว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทรัพยากรใดบ้างที่อาจถูกกระทบ การวิเคราะห์นี้ยังรวมถึงการระบุความสำคัญของแต่ละกระบวนการทางธุรกิจ ระยะเวลาที่ยอมรับได้ในการหยุดชะงัก (Recovery Time Objective - RTO) และข้อมูลที่องค์กรยอมรับได้หากเกิดการสูญเสีย (Recovery Point Objective - RPO)
สิ่งสำคัญที่องค์กรควรคำนึงในการจัดทำแผน BCP ได้แก่:
- การระบุภัยคุกคามและความเสี่ยงอย่างรอบด้าน
- การกำหนดบทบาทและหน้าที่ของทีมงานในการรับมือเหตุการณ์
- การจัดทำแผนการสื่อสารในภาวะฉุกเฉินให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย
- การทบทวนและปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง
ISO 22301 – มาตรฐานสำคัญเพื่อการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ISO 22301 คือมาตรฐานสากลด้านการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจที่ช่วยให้องค์กรสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการสร้างแนวทางที่เป็นระบบในการจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉิน ลดระยะเวลาการหยุดชะงักของธุรกิจ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและคู่ค้า
ตัวอย่างเช่น ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ ร้านอาหารบางแห่งสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี (Positive PR) ได้โดยประกาศให้ลูกค้าไม่ต้องกลับมาชำระเงินค่าอาหาร
การมีมาตรฐาน ISO 22301 ช่วยให้องค์กรของคุณสามารถ:
- เพิ่มความเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน
- ลดผลกระทบทางการเงินและชื่อเสียงขององค์กร
- ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
- เสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสีย
หากองค์กรของคุณยังไม่พร้อมสำหรับการเริ่มต้นนำมาตรฐาน ISO 22301 มาใช้งานในทันที ยังมีวิธีอื่นที่ทำได้ง่ายและใช้งบประมาณน้อยกว่า เช่น:
- การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับวิธีรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินเบื้องต้น
- การสร้างแผนรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างง่าย เช่น การกำหนดจุดรวมพล การสื่อสารเบื้องต้นระหว่างเกิดเหตุ
- การเตรียมข้อมูลสำรองขององค์กร เช่น การสำรองข้อมูลผ่านระบบ Cloud หรือ External Drive
วันนี้ คุณพร้อมหรือยังที่จะให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าต่อไปแม้ในวันที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด?
ให้เราช่วยองค์กรของคุณเริ่มต้นสร้างความพร้อมด้วยมาตรฐาน ISO 22301 หรือวิธีที่เหมาะสมกับความพร้อมของคุณ
Up Next

ARTICLES
Jun
26
2026
Security Hardening รากฐานความปลอดภัยของระบบ ที่ทุกคนควรใส่ใจ
ระบบปฏิบัติการ (OS) หรือ Server ที่ถูกติดตั้งมาในตอนแรก มักจะมีฟังก์ชันการทำงาน, Services หรือ Ports ต่าง ๆ เปิดทิ้งไว้เป็นค่าเริ่มต้นเพื่อความสะดวกในการใช้งาน กระบวนการทำ Security Hardening จึงเข้ามาจัดการอุดหรือแก้ไขปัญหาเหล่านี้ผ่านเทคนิคสำคัญ
READ MORE

ARTICLES
May
19
2025
มหาวิทยาลัยทักษิณ มุ่งสู่มหาวิทยาลัยปลอดภัยด้านไซเบอร์ – อินค็อกนิโตแล็บร่วมผลักดันสู่มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 พร้อมเสริมทัพด้วย Cyber Drill, Pentest และ PDPA
บริษัท อินค็อกนิโตแล็บ จำกัด ขอแสดงความยินดีกับ มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่เดินหน้าสู่การเป็นองค์กรต้นแบบด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ด้วยการขับเคลื่อนโครงการ พัฒนาระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 สำหรับศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัล
READ MORE

ARTICLES
Jun
10
2021
ทำความรู้จัก หลักเกณฑ์การกำกับดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ของบริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัย พ.ศ. 2563 ตอนที่ 1
ปัจจุบันถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรทุกองค์กร ในความพยายามที่จะปฏิบัติกฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับต่างๆ ที่ถูกประกาศออกมาและบังคับใช้จากหน่วยงานภาครัฐ
READ MORE

